Netflix

ตามคาด Netflix ได้ยอดผู้สมัครสมาชิกเพิ่ม หลังจากออกฎตัดวงจรสายหาร

เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ของวงการสตรีมมิ่ง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix ออกกฎบล็อกสายหาร ไม่ให้ผู้ใช้บริการนำบัญชีให้เพื่อน หรือคนอื่นนำไปใช้ต่อ ที่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ของสตรีมมิ่งเจ้านี้หดหายไป อย่างไรก็ดีเมื่อ Netflix ออกกฎใหม่ที่ถือว่าเป็นจุดจบของสายชอบแชร์ ในช่วงแรกนั้นผู้คนต่างพากันออกมาโจมตีกฎใหม่ของ Netflix แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป รายได้ของ Netflix ดูเหมือนจะเป็นการยืนยันว่าการออกกฎนี้ช่วยแก้ไขปัญหาที่ทางแบรนด์กำลังเจออยู่ 

ฟ้าหลังฝนของ Netflix 

น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก หรือไม่เคยเข้าใช้บริการสตรีมมิ่งเจ้าดังอย่าง Netflix บ้างก็ใช้บริการตามกฎที่ทางค่ายออกมา แต่อย่างไรก็ดีเหมือนจะไม่ใช่ทุกคนที่ยอมเล่นตามกฎ เพราะมีผู้ใช้บริการจำนวนไม่น้อยที่ใช้บัญชีของเพื่อน หรือคนรู้จักในการปล่อยเช่า เหตุนี้ทำให้รายได้ที่ควรจะเข้ากระเป๋าของ Netflix ทดถอยมาในช่วงหลายปีมานี้ 

แต่ถึงอย่างนั้นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว และออกกฎเหล็กอย่างการห้ามแชร์กันระหว่างผู้คน ออกจะดูตรงไปตรงมา และหยุดวงจรที่ทำให้รายได้ของค่ายไม่โตให้กลับมาดีเหมือนก่อน และแล้วจากรายงานเมื่อสองเดือนก่อนหน้าก็ทำให้เห็นว่ามียอดการสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น 73,000 คนต่อวัน หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะเท่ากับ 102% กันเลยทีเดียว 

ผลกระทบที่ Netflix ต้องยอมแลก 

แน่นอนว่าจากการออกกฎห้ามแชร์บัญชีนี้ มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จากรายงานข้างต้นจะสังเกตได้ว่ายอดรายได้ของ Netflix กลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดดตามที่ต้องการได้ตามเป้าหมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดผลกระทบที่ทำให้ทางค่ายไม่สบายด้วยเช่นเดียวกัน 

  • ผู้ใช้งานประมาณ 25.6% ยกเลิกการเข้าใช้บริการต่อ 
  • ผู้ใช้งานบางส่วนไม่พอใจกับการขึ้นค่าบริการ หากต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายเพิ่ม 99 บาท เพื่อเพิ่มอีก 1 บัญชี 
  • ผู้ใช้บริการบางส่วนรายงานว่าการอัปเดตหนัง และซีรีย์ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียเพิ่ม 

ถือได้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญ และน่าจับตามองของค่ายสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix เพราะหลังจากที่ทางค่ายมีการประกาศปรับเปลี่ยนอัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการ หลาย ๆ ค่ายสตรีมมิ่งก็พร้อมที่จะยกระดับอัตราค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มขึ้น อย่างในล่าสุดที่ทาง Disney+ ที่มีข่าววงในบอกมาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากราคาเดิมให้สูงขึ้น 

อย่างไรก็ตามยังต้องรอการประกาศจากทางค่ายว่าจะมีการปรับจริงไหม และจะปรับสูงขึ้นมากเท่าไหร่ เพราะในปัจจุบันนี้บริการสตรีมมิ่งก็เป็นบริการยอดฮิต ที่มีหลายค่ายดังลงมาเล่น ทำให้ผู้ใช้บริการมีตัวเลือกเยอะขึ้น หากปรับราคาสูงเกินไป และผู้เข้าใช้บริการรู้สึกไม่คุ้มค่าก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจาก Netflix ก็เป็นได้ 

Categories: Entertainment